วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

เวสป้า อมตะของมอเตอร์ไซค์คลาสสิก

ชายสวมหมวกจ๊อกกี้สีดำ สวมใส่เสื้อนอกเข้าคู่กับกางเกงสแลคสีเข้ม อวดโฉมบนรถเวสป้า ตกแต่งสไตล์มอส ประดับประดาด้วยช่อไฟจำนวนมาก โฉบเฉี่ยวทะยานไปตามถนน สร้างความตะลึงพรึงเพริดไปกับมายาภาพความงามแบบคลาสสิคในแบบมอเตอร์ไซด์โบราณ อันยากจะบรรยายต่อสายตาใครก็ตามที่ได้พบเห็นในความงามและดูดี ไม่ใช่แค่เพียงเป็นยานพาหนะเชื้อเชิญหญิงสาวขึ้นมาซ้อนท้าย บั้นท้ายอันกว้างใหญ่ยาวยื่นของเบาะเวสป้ายังสามารถรองรับสิ่งของขนาดกะทัดรัดไปจนถึงใหญ่โตมโหฬารได้อย่างน่าอัศจรรย์เวสป้าส่งของ มีอยู่แทบทุกหนแห่ง ทว่าย่านพาหุรัด สำเพ็ง หลานหลวง แหล่งจับจ่ายค้าขายดูจะมีจำนวนเวสป้าส่งของมากที่สุดเวสป้าคันแล้วคันเล่าวิ่งฉวัดเฉวียนกลางถนน พ่วงสิ่งของบรรทุกท้ายรถโผล่ตามซอกซอย ตั้งแต่กล่องใบจิ๋วจนถึงใบโต ข้างในบรรจุของตั้งแต่น้ำหนักไม่มากไปจนถึงหลายสิบกิโล ผ้าหลายพับกองพะเนิน เมื่อมองจากด้านหลังแทบไม่เห็นคนขับ ท่อที่ยาวเฟื้อยออกไปข้างหลังไม่ได้ทำให้รถเสียการทรงตัว ความหนักหนาเอาการของสิ่งของที่บรรทุกไม่ได้ฉุดรั้งรถซึ่งดูสภาพเก่าแก่ทรุดโทรมกว่ารถแต่งหลายเท่าให้อ่อนแรงลงแม้แต่น้อยว่ากันว่าพ่อค้าเชื้อสายแขกเป็นกลุ่มแรกๆที่นำเอาเวสป้ามาใช้ประโยชน์ในการส่งผ้า จนความนิยมในการนำเวสป้ามาใช้ส่งของแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่พ่อค้าชาวจีนเวสป้า สปรินท์ รุ่นนิยมที่คนส่งของใช้กันเวสป้า สปรินท์ หรือ“หัวโต” หรือ “สปรินท์” ศัพท์รู้กันในกลุ่มผู้นิยมเวสป้า เรียกตามลักษณะหัวรถที่มีขนาดใหญ่ ฝาสี่เหลี่ยม บังโคลน ล้อใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ถ้าเป็นรุ่นเก่าล้อ 8 นิ้วตัวเครื่องจังหวะ 4 สปีด ประมาณ 125 ซีซี ตามที่มาของรถประเภทนี้ เป้าหมายของการผลิตดูจะเหมาะสม ทั้งสำหรับการนำมาใช้เพื่อความสวยงามและบรรทุกของ ตรงตามความต้องการของเพจจิโอผู้ให้กำเนิดและเจ้าของชื่อแบรนด์อมตะ ซึ่งเลือกนำเฉพาะข้อดีของรถจักรยานและมอเตอร์ไซด์มารวมกัน ออกมาเป็นโจทย์ให้ดัสคานิโอออกแบบเป็นรถสกู๊ตเตอร์ ที่ผู้หญิงสามารถใช้ขับขี่ได้ทั้งที่สวมกระโปรง ตัวรถจึงต้องมีน้ำหนักเบาง่ายต่อการขับขี่ ป้องกันการลื่นไหลจากน้ำฝน ค.ศ. 1946 รถสกู๊ตเตอร์คันแรก ถือกำเนิดขึ้น เป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะ 98 C.C.ใช้น้ำมันเพียง 5% ในการเดินเครื่องด้วยระบบการทำความเย็น ตัวถังที่เบาแต่มีความคงทนสูง และแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักเครื่องที่อยู่ภายใน ปกป้องช่วงขาและเสื้อผ้าของผู้ขับขี่ ล้อหน้าต่อเชื่อมเข้ากับเพลาและคานบังคับ เกียร์บังคับที่แฮนด์ข้างซ้ายต่างจากรถมอเตอร์ไซด์ทั่วไปด้วยรูปทรงที่ป่องออกและเว้าเข้าเหมือนเอว ส่วนหน้าเหมือนปีก รวมถึงเสียงของเครื่องยนต์ที่มีเสียงหึ่งๆ คล้ายตัวต่อ ทำให้รถชนิดนี้ได้รับสมญานามตามภาษาอิตาลีว่า VESPA ในสายตาของคนรักเวสป้าแต่ง ตู่-ธนัญชัย เกลี้ยงเกลามองว่าสปรินท์นิยมทำเป็นรถส่งของเพราะ “ บรรทุกได้เยอะมาก คิดว่ารับน้ำหนักได้ 300 กิโลกรัม” ส่วนแจ๊ค หนุ่มชมรมเวสป้าบอกว่าสปรินท์เป็นรถปีใหม่ หาอะไหล่ง่าย สภาพสมบูรณ์ดีกว่าปีเก่า ความที่มีขนาดเล็ก หลบหลีกสะดวก ง่ายในการจอดรถทำ และที่สำคัญบรรทุกอะไรได้ดี” ปั๊บ เจ้าของรถเวสป้าแต่ง ปี 62 กล่าว“คนที่ใช้อยู่บอกว่าบรรทุกได้เยอะ ทรงตัวดี ก็ยังงงๆอยู่ว่า โช้คอัพเวสป้ามีข้างเดียว ต่างจากรถญี่ปุ่นมีโช้คอัพ 2 ข้าง แต่พอบรรทุกแล้วดีกว่ารถญี่ปุ่น” ประณต บุญล้ำ หรือปอ เจ้าของ"บ้านช่าง" ร้านซ่อมรถโบราณทำสีหน้าแปลกใจ พร้อมกับให้เหตุว่าอาจจะได้กำลัง เพราะระบบเครื่องยนต์ของเวสป้า ช่วยในการส่งกำลัง “เครื่องยนต์สตาร์ทปุ๊บ ส่งกำลังมาที่เพลาเกียร์ กำลังออกจากเฟือง ส่งต่อมาที่ล้อเลย ไม่ต้องผ่านกระบวนการโซ่ผลัก คิดว่าจุดนี้ทำให้บรรทุกได้ค่อนข้างดี หรือหากเอารุ่นอื่นมาใช้ก็แพงไป สมรรถภาพดี ราคาไม่แพง 2-3 หมื่นกว่า”เมื่อมองเวสป้ารุ่นนี้เป็นรถส่งของ บางกลุ่มจึงไม่นิยมนำมาแต่งใช้ “แรกๆคนไม่ยอมรับเท่าไหร่ มองว่ามันไปเหมือนรถส่งของ ตลาดเวสป้าวัยรุ่นจะเล่นกันเยอะ ค่อนข้างเซ้นซิทีฟหน่อย พอเห็นเป็นรถส่งของก็ไม่อยากขับกัน พอถึงทุกวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดอะไร บางคนงบไม่ถึง ตัวที่นิยมเล่นกันราคา 5-7 หมื่น ถ้ากำลังทรัพย์อยู่ระดับปานกลางก็จะหันมาเล่นรุ่นนี้” ประณตกล่าว“ในความรู้สึกผมไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่ที่เจอจะมีน้ำใจให้กัน เคยอยู่ครั้ง ขับไปๆจู่รถเสีย พอดีคนขับเวสป้าส่งของผ่านมาช่วยซ่อม” ตู่เล่าประสบการณ์ที่ยังประทับใจให้ฟังเวสป้า มูลค่าเพิ่มสูงตามจำนวนปี ยิ่งเก่า ยิ่งแพงตลาดรถมอเตอร์ไซด์ โบราณ แถวแมคโครบางกระบือในยามเย็นวันเสาร์ คราคร่ำไปด้วยคนรักรถโบราณ ต่างนำรถแต่งของตนเองมาประชัน อวดโฉม แลกเปลี่ยนอะไหล่ซึ่งกันและกัน ในจำนวนเวสป้าที่นำมาอวดโฉม ยังมีรถแปลกตาคนรุ่นใหม่ ชินตาคนรุ่นเก๋าซึ่งวัยรุ่นกำลังนิยมหลายประเภท ที่กำลังอินเทรนด์ตอนนี้เห็นจะเป็นฮอนด้า ซี รุ่นต่างๆ“เทียบรุ่นแล้ว เรื่องของราคาที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกันซื้อเวสป้า4-5 หมื่น ขณะที่ฮอนด้าราคาตกหมื่นกว่าบาท แถมยังเป็นรถเก่าเหมือนกันเวสป้าได้เปรียบเรื่องของเครื่องยนต์ เนื่องจากฮอนด้ามีลูกสูบหรือซีซีน้อย ขึ้นสะพานปิ่นเกล้าไม่ค่อยไหว เวสป้าขึ้นสะพานสบาย เนื่องจากมีลูกสูบ 150 ซีซี และใช้ระบบเฟือง”ตู่แจงความต่างของรถโบราณอินเทรนด์ในพ.ศ.นี้ให้ฟังรุ่นนิยมของคนรักเวสป้า ดูเหมือนปี 64 จะมาแรงแซงโค้งปีอื่นๆ “กะทัดรัด ฝากระโปรงกลม หัวมนน่ารัก ล้อเล็ก ตูดกลมมน คล้ายๆแมงปอ เมื่อก่อนราคายังถูกอยู่ ซื้อมาเกือบหมื่น” ตู่บอก และด้วยความนิยมอย่างมากนี่เองทำให้ เหล่าพ่อค้าหัวใส นำเอาเวสป้ารุ่นอื่นมายกเครื่อง ลวงว่าเป็นเวสป้าปี 64 สปรินท์ ถูกนำมายกเครื่องย้อมแมวขาย เปลี่ยนโฉมปรับเปลี่ยนล้อใหญ่ให้กลายเป็นล้อเล็ก ตีบอดี้ใหม่ทั้งคัน เรียกว่าแฟนพันธ์แท้เวสป้าตัวจริงจึงจะดูออก สปรินท์หัวกลมถูกลงมาอยู่ที่ 3 หมื่นกว่า ราคาห่างจากเวสป้าแต่งครึ่งต่อครึ่ง โดยทั่วไปราคาซื้อจากเจ้าของเก่าไม่ถึงกับแพงอะไรมาก ตู่เล่าว่าแพงต่อเมื่อนำมาตกแต่ง “คนแก่ๆแป๊ะจอดทิ้งไว้เป็นสิบๆปี ไปซื้อมาราคาไม่ถึงหมื่น ซ่อมไปซ่อมมาตกไป 3 หมื่นกว่าบาท”ราคาไม่ตายตัวขึ้นอยู่กับสภาพรถ และการจดทะเบียนพร้อมตกอยู่ที่ 50000 บาท บางคันรวมอุปกรณ์ตกแต่งอย่างดีจ่ายเพิ่มเป็น 60000 บาท อุปกรณ์ของเดิมที่ติดรถ ไม่เปลี่ยนแปลง ไมล์กระจก เน้นของเดิม รุ่นเก่าบางตัว หายาก คนต้องการเป็นเจ้าของ คนที่มีโก่งราคา ทำให้ราคาสูงคนนิยมรุ่นหัวเล็ก กระโปรง หัวกลมๆ ดูน่ารัก เด็กๆมักจะถามหารุ่นนี้ คันหนึ่งหากมีสภาพใหม่ๆอยู่ที่ราคา 6 หมื่นกว่าตู่เล่าให้ฟังว่าราคาเวสป้าเพิ่งมาแพงเมื่อปีที่แล้ว ตามกระแสสังคม ส่วนใหญ่เป็นเพราะนักศึกษาที่หันมาสนใจมากขึ้นทำให้ราคาแพง ยิ่งเก่ายิ่งมีราคา ประเภทเวสป้าปี 54-55 หรือที่เรียกว่าเวสป้าแฮนด์แป๊ป ด้วยความพิเศษของแฮนด์เหล็ก ไฟอยู่บนบังโคลน ขายทีคันเป็นแสน อย่างไรก็ตามเวสป้าที่ว่าแพงแล้ว ยังเสียแชมป์ให้แลมเบรตต้าซึ่งเลิกผลิตไปนาน มีจำนวนไม่มาก ยิ่งหาซื้อยาก ราคายิ่งแพงกว่าเวสป้าส่วนความสวยแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ข้อดีของแลมเบรตต้าที่คนนิยมจะบอกว่าการทรงตัวเวลาขับดี อุปกรณ์ต่างๆ โช้คอัพ เครื่องยนต์อยู่กลางรถ และรูปทรงแบน ยาวอันเป็นเสน่ห์ย้อนกลับไปดูเวสป้ารุ่นเก๋าสุดเรียกว่ารุ่นแฮนด์แป๊บ ตัวแฮนด์เปลือยเป็นเหล็ก มาอีกยุคเป็นฝากข้างรูปทรงกระโปรงแตกต่างกัน รุ่นใหม่ๆ นิยมหัวเล็ก ล้อ 8 นิ้ว ถัดมาอีกรุ่นเป็นสปรินท์หัวเหลี่ยม อยู่ได้ไม่กี่ปีเปลี่ยนเป็นสปรินท์หัวกลม ระยะเวลาการผลิตจะอยู่ยาวหน่อย จนถึงปี 70 กว่าๆ ปีเก่า หัวเป็นทรงกลม ดูคลาสสิก ไม่เหมือนเวสป้ารุ่นใหม่ ออกมาเป็นเหลี่ยม มีไฟเบอร์ สตารท์มือเข้ามาเสริม พวกนี้นำเข้าจากแดนภารตะ ฐานการผลิตที่ย้ายจากบริษัทแม่ ที่เมืองเจนัว อิตาลี เข้าไปยังอินเดีย ด้วยเหตุผลลดต้นทุนการผลิต รถเวสป้ารุ่นใหม่ที่ออกมาให้เห็นเรียกว่ารุ่น PX คอซซ่า วีโน่ เครื่องยนต์ดีขึ้น รูปทรงต่างๆเริ่มพัฒนา มีไซเบอร์กลาส พลาสติกเข้ามาประกอบกับรุ่น มีระบบไฟฟ้าในการสตาร์ท (สตาร์ทมือ) กำลังดีขึ้น มีคาบูตัวหนุนไฟฟ้าอยู่ในคาบูเลตเตอร์ แต่ว่าอะไหล่ค่อนข้างแพง คนใช้น้อย ตกราคาเกือบแสนในขณะที่เวสป้าอื่นๆ นิยมตกแต่งกัน 2 สไตล์ “เรียบๆ กับแต่งแบบมอส ใส่ไฟใส่กระจกเยอะๆ บางครั้งเอา 2 ส่วนมาผสมกัน คนขับแต่งแบบคลาสสิกแต่งตัวเรียบๆธรรมดา คนขับมอสจะใส่เสื้อสูท คลุมทับอีกชั้นให้ดูดี สวมแว่นตาใหญ่ๆหรือครอบไว้ที่หมวก ตามที่เห็นจากภาพเก่าๆที่ฝรั่งแต่งกันแล้วแต่งตาม” ตู่ เจ้าของร้านกอมเม่ ผู้มีรสนิยมรถเวสป้าโบราณเกือบ 10 คันเล่าให้ฟังผู้ขับขี่เวสป้าส่งของหรือสปรินท์ ซึ่งส่วนใหญ่บอกว่ารถที่พวกเขาใช้อยู่เป็นรถของนายจ้าง ลูกจ้างบางคนใช้มานาน 8-9 ปี น้อยคนนักจะแต่งให้สวยงาม “คนที่ใช้ส่งของแต่งต่างจากคนที่เล่นเพื่อความสวยงาม แต่งคล้ายรถสมัยใหม่ มีไฟ ปรับเสียงท่อให้ดังขึ้นมาอีกนิด สีสันออกสไตล์เรซซิ่ง” เจ้าของร้านซ่อมรถบ้านช่างกล่าว“การตกแต่งใส่ตะแกรงใหญ่ๆ ดูเทอะทะไม่สวย แต่หากวิ่งโดยไม่ใส่ตะแกรงวิ่งส่งของ กลายเป็นรถหรูไปทันที” ตู่บอกด้วยความกะทัดรัดของเวสป้า ทำให้หลายคนกังขาและไม่เห็นด้วยที่จะให้รถเล็ก เคลื่อนตัวได้ช้า ออกมาทะยานบนถนนใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตได้ เนื่องจากรถมอเตอร์ไซด์บางประเภท เช่น รถป๊อบ ชาร์ลี เวสป้าบางประเภท ฯลฯ มีขนาดเล็ก วิ่งช้า ตามผลสำรวจพบว่ามี เมื่อนำไปวิ่งบนถนนใหญ่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบ่อย ไม่ปลอดภัยในการขับขี่ ออกวิ่งคู่กับรถสิบล้อเหมือนถูกดดูดเข้าใต้รถ ความปลอดภัยมีน้อย จึงได้เกิดกฏกระทรวงฉบับ13 พ.ศ. 2536 ออกตามฉบับพระราชบัญญัติรถยนต์พ.ศ.2522 กำหนดให้รถมอเตอร์ไซด์ที่มีขนาดล้อหน้า-หลัง มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 10 นิ้ว มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร มาขึ้นทะเบียนในปี 2536 ภายใน 90 วัน ซึ่งนับจากนี้แล้วไม่มีสิทธิ์ขึ้นทะเบียน กลายเป็นรถที่ไม่ได้จดทะเบียนเสียภาษี ถือว่าผิดกฎหมายหากถูกตรวจขึ้นมาตามกฎหมายของตำรวจ พระราชบัญญัติการจราจรทางบก ว่าด้วยกฎกระทรวงฉบับที่ 4 เรื่องการบรรทุกสิ่งของได้ไม่เกิน 50 กิโลกรัม หรือคนนั่งซ้อนได้เพียงคนเดียว ทั้งนี้จะรถที่ใช้จะต้องได้รับการจดทะเบียนเสียภาษี กับกรมขนส่งทางบกนอกเหนือจากมาตราดังกล่าว อาจจะมีเพิ่มเติมในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อย ว่าด้วยมาตรา20 ผู้ขับขี่ต้องมีสิ่งของป้องกันไม่ให้คนสัตว์สิ่งของตกหล่น ซึ่งถ้าเป็นไปตามข้อกำหนดนี้ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทใดสามารถใช้บรรทุกส่งของตามท้องถนนได้ รถเวสป้าก็เช่นกัน หากมีการจดทะเบียนเรียบร้อยก็สามารถใช้ส่งของได้เฉกเช่นรถมอเตอร์ไซด์ทั่วไป แถมจากปากคำผู้ใช้ หลายเสียงบอกว่าออกตัว และคงความเร็วได้ดีกว่ารถญี่ปุ่นที่ใช้ๆกันอยู่อัพเดทกับเรื่องราวของเวสป้าแต่ง ซึ่งหลายคนนิยมในความคลาสสิคของรถดังกล่าว “ แม้จะเป็นรถเก่าแต่พูดถึงสภาพรถแล้วต้องยกนิ้วแม่โป้งให้ในความทนทาน มองความเป็นอมตะ คลาสสิค ใครเห็นก็ต้องชอบ อย่างเดินๆไปมีรถจอดอยู่ 2 คันคันหนึ่งเป็นเวสป้า อีกคันเป็นรถญี่ปุ่น เราก็ต้องมองเวสป้า เพราะความมน รูปแบบความเป็นเวสป้า” ตู่เปิดใจถึงรถอมตะ“ไม่แรง แต่สวย คลาสสิค ผู้หญิงชอบรถเวสป้าเยอะ” ปั๊บ เด็กหนุ่มวัย 20 เจ้าของเวสป้า รุ่น 62 แต่งเรียบแบบคลาสสิคสีครีม เล่าว่าเห็นซิลลี่ฟูล ขับแล้วเท่ห์ ทำให้อยากใช้บ้าง ตู่เล่าต่อไปว่าเดี๋ยวนี้เด็กที่เล่นเวสป้ามีการชิงดีชิงเด่น ไม่ถูกกัน นำเวสป้ามาทำเครื่องให้แรงเพื่อประลองความเร็วกันบนถนนยามวิกาล ถึงจะนานๆครั้ง ทำให้ภาพพจน์ของเวสป้าในสายตาคนทั่วไปดูไม่ดี หากถูกตำรวจจับ ต่อไปก็จะโดนเพ่งเล็ง จากรถคลาสสิค กลายเป็นรถที่ทุกคนนำมาซิ่งกันเหมือนมอเตอร์ไซด์กวนเมือง ทั้งๆที่เวสป้ามีภาพลักษณ์เป็นรถคลาสสิก ขับเรื่อยๆ สบายๆจะดีกว่า “แม้เครื่องยนต์เสียงไม่ดังมาก แต่ก็ไม่อยากให้มี เพราะเป็นรถคลาสสิค ควรมีสนาม จัดแข่งกันดีกว่า ถึงจะทำเครื่องใหม่ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ยังไงก็ได้ไม่มาก ความเร็วประมาณ 120 ถือว่าเร็วสำหรับรถล้อเล็ก ส่วนใหญ่ขับไม่บิดคันเร่งให้รถวิ่งเร็ว ตามท้องถนนจราจรไม่ติดขัด เข็มไมล์จะชี้อยู่ที่ 60-70”ประณตเป็นอีกคนที่มีประสบการณ์เดียวกัน“พาน้องๆไปออกงาน มอเตอร์โชว์ บางคนเข้ามาหาว่าจะไปแข่งรถกัน พยายามยัดเยียดเหมือนเป็นมอเตอร์ไซด์ก่อกวน ทั้งที่รถแบบนี้ต่างจากรถญี่ปุ่นที่เอามาทำเครื่องแข่งกัน รถเก่า ขับมีปัญหาจุกจิ๊กมากกว่ารถใหม่ เวลาทำ ค่าจ้างแพง หมดเงินไปเยอะ ไม่มีประโยชน์ที่จะนำมาแข่งกัน แต่ทำเพื่อเสพความสุขมากกว่า” ณ วันนี้แม้เทรนด์เวสป้าจะแปรเปลี่ยนไปตามค่านิยมของคนใช้ในยุคอย่างไร หลายเสียงบอกว่าสัญลักษณ์ของอิสระและจินตนาการและโรแมนติก นอกจากความสวยงามคุณค่าทางจิตใจ ยังแฝงการนำไปใช้ได้ประโยชน์ ทำให้เวสป้ายังคงความอมตะของรถมอเตอร์ไซด์คลาสสิคได้อีกตราบนานเท่านาน
- - -- - - - - - - - - - - - -- -- - - - - - -- ------------------------------------------------------
ข่าวและภาพบางส่วน จาก : ผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2547
ที่มา : http://www.manager.co.th/

ไม่มีความคิดเห็น: